30นาทีที่ผ่านมาBANK Token Falls 41.38% in 24 Hours as Trading Volume Reaches $1.07BBANK fell 41.38% in 24 hours to $0.09942 as total trading volume reached $1.07 billion. Data showed net outflows of $6.08 million over the period, including $602,900 in net outflows from major funds. In the same popularity ranking, HYPE led at $54.14, up 1.35%, while MU rose 11.18% to $734.60.43นาทีที่ผ่านมาวันนี้: Circle ออกเหรียญ $USDC เพิ่ม 500,000,000 บน Solanaวันนี้ Circle ได้ออกเหรียญ $USDC เพิ่มจำนวน 500,000,000 บนเครือข่าย Solana1ชม. ที่แล้วAave เสนอถอด 50 สินทรัพย์ที่ใช้งานต่ำ และยุติ 6 เวอร์ชันย่อยของโปรโตคอลกู้ยืม กระทบเงินฝาก 98.1 ล้านดอลลาร์Aave เสนอแผนถอด 50 สินทรัพย์ที่มีการใช้งานต่ำออกจากระบบ พร้อมยุติการให้บริการโปรโตคอลกู้ยืมในอีก 6 เวอร์ชันย่อย โดยคาดว่าจะกระทบเงินฝากรวม 98.1 ล้านดอลลาร์ และยอดเงินกู้คงค้าง 15.6 ล้านดอลลาร์1ชม. ที่แล้วAviva เปิดตัวกองทุนสภาพคล่องแบบโทเคนบน XRP Ledger นับเป็นรายแรกในไอร์แลนด์Aviva Investors รุกตลาดการเงินบนบล็อกเชน ด้วยการเปิดตัวหน่วยลงทุนรูปแบบโทเคน (tokenized share class) ของกองทุน US Dollar Liquidity Fund บนเครือข่าย XRP Ledger (XRPL) ถือเป็นกองทุนโทเคนตัวแรกของบริษัท และเป็นผลิตภัณฑ์แรกภายใต้ความร่วมมือกับ Ripple โครงสร้างครั้งนี้ไม่ได้ตั้งกองทุนใหม่ แต่ใช้แนวคิด "digital twin" ทำโทเคนที่สะท้อนสิทธิความเป็นเจ้าของในกองทุนที่อยู่ในระบบเดิม (off-chain) ผู้ลงทุนยังได้รับนโยบายการลงทุน สภาพคล่องรายวัน ระดับความเสี่ยง และความคุ้มครองด้านกำกับดูแลเทียบเท่ากองทุนแบบดั้งเดิม พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการเข้าถึงได้ตลอดเวลาในรูปแบบ on-chain โครงสร้างดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากธนาคารกลางไอร์แลนด์ (Central Bank of Ireland) ทำให้เป็นกองทุนโทเคนที่ได้รับไฟเขียวด้านกฎเกณฑ์เป็นรายแรกในลักษณะนี้ สะท้อนว่า ผลิตภัณฑ์การเงินแบบโทเคนสามารถเดินหน้าได้ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่มีอยู่ และช่วยหนุนความเชื่อมั่นของสถาบันต่อโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน โครงการยังได้รับแรงสนับสนุนจากสถาบันการเงินรายใหญ่ BNY Mellon ทำหน้าที่ผู้รับฝากทรัพย์สิน (custodian) ของสินทรัพย์อ้างอิง Komainu ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลแบบกำกับดูแล และ Licuido เป็นผู้ให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการโทเคนเพื่อเชื่อมกองทุนเข้าสู่ XRP Ledger Ripple ระบุว่า XRPL ถูกออกแบบเพื่อการโทเคนสินทรัพย์ของสถาบันโดยเฉพาะ รองรับการชำระธุรกรรมเกือบจะทันที ค่าธรรมเนียมต่ำ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีฟีเจอร์ที่เน้นการปฏิบัติตามข้อกำกับ เครือข่ายเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 2012 ประมวลผลแล้วมากกว่า 4,000 ล้านธุรกรรม รองรับกระเป๋าเงินเกือบ 8 ล้านใบ และมีผู้ตรวจสอบความถูกต้อง (validators) อิสระมากกว่า 130 รายช่วยดูแลความปลอดภัย นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้หยุดแค่การทำโทเคนกองทุนสภาพคล่อง โดย Vet ซึ่งเป็น dUNL validator ของ XRP Ledger ชี้ว่า การนำสินทรัพย์โลกจริง (Real-World Assets: RWAs) ขึ้น on-chain จะเปลี่ยนจากการลงทุนแบบนิ่ง ๆ ให้กลายเป็น "เครื่องมือการเงินที่ตั้งโปรแกรมได้" เดิมที กองทุนสภาพคล่องซื้อขาย ไถ่ถอน หรือโอนกันได้ผ่านระบบการเงินแบบเดิมในเวลาทำการเท่านั้น แต่บน XRPL สินทรัพย์ประเภทเดียวกันอาจถูกนำไปใช้เป็นหลักประกันเพื่อกู้ยืม เติมสภาพคล่องบนกระดานซื้อขายแบบกระจายศูนย์ (DEX) ของเครือข่าย หรือโอนข้ามประเทศได้แบบเกือบทันทีตลอด 24/7 ผู้ลงทุนยังสามารถถือครองเอง (self-custody) ในรูปแบบโทเคนได้ เพิ่มความเป็นเจ้าของโดยตรงโดยไม่ลดทอนการกำกับดูแล การเปิดตัวของ Aviva เกิดขึ้นในช่วงที่ XRP Ledger เร่งผลักดันบทบาทแพลตฟอร์มหลักสำหรับการโทเคนระดับสถาบัน ด้วยโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กร การยอมรับด้านกฎเกณฑ์ที่เพิ่มขึ้น และการนำ RWAs ไปใช้มากขึ้น เครือข่ายกำลังพัฒนาเป็นชั้นชำระบัญชีที่ทำให้สินทรัพย์ดั้งเดิมมีสภาพคล่องมากขึ้น เชื่อมต่อข้ามระบบได้ และเข้าถึงได้ทั่วโลก กระแสยังขยายไปไกลกว่านั้น การผสานรวมกับกระเป๋าเงิน Stellar ที่กำลังจะเกิดขึ้นคาดว่าจะนำผู้ใช้เพิ่มราว 1.5 ล้านรายเข้าสู่ระบบนิเวศของ XRPL ขณะเดียวกัน โครงการอย่างบัตรชำระเงินของ RedotPay ที่ขับเคลื่อนด้วย RLUSD แสดงให้เห็นว่า สินทรัพย์โทเคนและสเตเบิลคอยน์สามารถเชื่อมการลงทุนเข้ากับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างลื่นไหล ภาพรวมของความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่: XRP Ledger ไม่ได้แค่นำสินทรัพย์โลกจริงขึ้น on-chain แต่กำลังก่อร่างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้สินทรัพย์เหล่านั้นเคลื่อนย้าย โต้ตอบ และชำระบัญชีได้ทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง1ชม. ที่แล้วBitMine กว้านซื้อ ETH เพิ่ม 73 ล้านดอลลาร์ ถือครองรวมแตะ 4.8% ของอุปทานหมุนเวียนตลาดจับตาหา "ฉบับ ETH" ของแนวทางบริษัทจดทะเบียนใช้คริปโตเป็นสินทรัพย์คลัง หลัง MicroStrategy ปักหมุดโมเดลสะสม BTC มาก่อน ล่าสุด BitMine Immersion Technologies (NYSE: BMNR) ขยับตัวแรงในฝั่ง Ethereum ด้วยการเข้าซื้อ ETH มูลค่าราว 73 ล้านดอลลาร์ภายในสัปดาห์เดียว สะท้อนภาพการสะสมเชิงระบบของสถาบัน BitMine ซึ่งมี Tom Lee แห่ง Fundstrat เป็นประธาน เปิดเผยอัปเดตสถานะการถือครองเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทซื้อเพิ่ม 42,197 ETH ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 73 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดถือครองรวมเพิ่มเป็น 5,742,237 ETH หรือราว 4.8% ของอุปทานหมุนเวียนของ Ethereum ใกล้ระดับเป้าหมายที่บริษัทประกาศไว้ที่ 5% บริษัทระบุว่าพอร์ตสินทรัพย์รวม (คริปโตและสินทรัพย์อื่น) อยู่ที่ประมาณ 11.1 พันล้านดอลลาร์ โดยประเมินมูลค่า ETH ที่ 1,800 ดอลลาร์ต่อเหรียญ นอกจากนี้ยังถือ 206 BTC, ถือหุ้น Beast Industries มูลค่า 180 ล้านดอลลาร์, ถือหุ้น Eightco Holdings (NASDAQ: ORBS) มูลค่า 71 ล้านดอลลาร์ และมีเงินสดกับหลักทรัพย์เพื่อการลงทุน 527 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าถึงแม้ ETH เป็นแกนหลัก แต่โครงสร้างงบดุลยังเป็นแบบกระจายความเสี่ยงทั้งโทเคน หุ้น และเงินสด ด้านการนำ ETH ไปสเตกกิ้งยังไม่เพิ่มขึ้น โดยยอด ETH ที่สเตกไว้ยังอยู่ที่ 4,879,157 ETH เท่าเดิมจากสัปดาห์ก่อน ตามข้อมูลติดตามที่บริษัทเปิดเผย หมายความว่า ETH ที่ซื้อเพิ่มส่วนใหญ่ถูกถือไว้ก่อน มากกว่าจะนำไปล็อกเพื่อรับผลตอบแทนทันที แนวทาง "สะสมก่อน สเตกภายหลัง" ช่วยตอกย้ำสถานะของ BitMine ในฐานะผู้ถือครอง ETH รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัท และยังคงเดินหน้าสะสมต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิถุนายน BitMine วางเกณฑ์ "ถือครอง 5% ของอุปทาน ETH ทั้งหมด" เป็นหมุดหมายของยุทธศาสตร์คลัง โดยดีลสัปดาห์นี้ทำให้เข้าใกล้เส้นดังกล่าวมากขึ้น หุ้นซื้อขายในตลาด NYSE ภายใต้สัญลักษณ์ BMNR ก่อนหน้านี้ Tom Lee เคยนิยามสินทรัพย์คริปโตว่าเป็น "แหล่งเก็บมูลค่าในยามสงคราม" และออกมาปกป้องโมเดลการระดมทุนของบริษัทหลายครั้ง เมื่อสัดส่วนการถือครองขยับเข้าใกล้ 5% ตลาดเริ่มกลับมาตั้งคำถามเดิมอีกครั้งว่า หากบริษัทจดทะเบียนรายหนึ่งถือครอง ETH เกือบ 5% ของอุปทานหมุนเวียน อิทธิพลต่อเครือข่าย ตลาดรอง และอำนาจการกำหนดราคาจะกว้างไกลเกินกรอบ "การจัดสรรสินทรัพย์คลัง" หรือไม่ จาก MicroStrategy กับ BTC สู่ BitMine กับ ETH โมเดลบริษัทสะสมคริปโตในงบดุลกำลังขยับจากกรณีเฉพาะไปสู่เทรนด์ และสำหรับ ETH ตัวเลข 4.8% อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น1ชม. ที่แล้วOstium links $23.75M USDC OLP vault exploit to offchain infrastructure breach, not smart contractsOstium said its investigation found the $23.75 million USDC exploit of the OLP vault was caused by compromised offchain infrastructure, not smart contract bugs or multisig issues. The attacker used fraudulent BTCUSD price reports to create artificial profits and withdraw funds before monitoring blocked further withdrawals. Trader collateral stayed secure as Ostium migrated systems and prepared a recovery plan for liquidity providers.1ชม. ที่แล้วAave to Phase Out 75 Low Utilization Reserve Assets, Affecting 98.1M in Reserves and 15.6M in LoansAave said it will gradually end support for 75 low utilization reserve assets to improve efficiency, including 50 on its own network and 25 across Sonic, Scroll, zkSync, Metis, Soneium, and Aptos. The protocol said the changes affect about 98.1 million in reserve assets and 15.6 million in loan positions, with transition plans to limit disruption.2ชม. ที่แล้วAave เสนอถอดสินทรัพย์สำรองที่มีการใช้งานต่ำกว่า 50 รายการ มูลค่า 98.1 ล้านดอลลาร์The Block รายงานว่า วันที่ 30 ก.ค. 2026 สตานี คูเลชอฟ (Stani Kulechov) ผู้ก่อตั้ง Aave เปิดเผยว่า Aave เสนอให้ยุติการรองรับ (deprecate) สินทรัพย์สำรองที่มีการใช้งานต่ำ 50 รายการ รวมถึง Pendle PT ที่หมดอายุแล้ว 21 รายการ พร้อมเดินหน้าปิดการใช้งานดีพลอยเมนต์ขนาดเล็ก 6 เครือข่าย ได้แก่ Sonic, Scroll, zkSync, Metis, Soneium และ Aptos ข้อเสนอนี้กระทบสินทรัพย์ที่ถูกฝากไว้ราว 98.1 ล้านดอลลาร์ และหนี้คงค้างประมาณ 15.6 ล้านดอลลาร์ โดยเอกสารถูกจัดทำโดยผู้ให้บริการด้านความเสี่ยง LlamaRisk และดำเนินการภายใต้กรอบบริหารความเสี่ยงใหม่ของ Aave เพื่อทำให้การดำเนินงานกระชับ ลดภาระการดูแลรักษาออราเคิล (oracle) และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระบัญชี (liquidation) สำหรับรีเสิร์ฟที่ได้รับผลกระทบ จะระงับกิจกรรมใหม่ และปรับลดเพดานการฝาก/กู้ให้แคบลง ส่วนรีเสิร์ฟที่อยู่ในแผนปิดระบบ จะเพิ่ม reserve factor เป็น 99% เพื่อจูงใจให้ผู้ใช้ทยอยปิดสถานะด้วยตนเอง2ชม. ที่แล้วAave เตรียมยุติ 6 เครือข่ายที่ให้บริการ รวมถึง Sonic, Aptos และ Scroll เดินหน้าตัดสินทรัพย์ที่มีการใช้งานต่ำAave (@aave) เตรียมทยอยเลิกใช้งาน (deprecate) "50" คลังสำรองสินทรัพย์ (asset reserves) ที่มีอัตราการใช้งานต่ำในหลายดีพลอยเมนต์ พร้อมเดินหน้าแผนยุติการให้บริการบน 6 บล็อกเชน ได้แก่ Sonic, Scroll, zkSync, Metis, Soneium และ Aptos นอกจากนี้ โปรโตคอลจะถอดออกอีก "25" คลังสำรองสินทรัพย์ และลบ Pendle PTs ที่ครบกำหนด (matured) อีก "21" รายการ การปรับโครงสร้างดังกล่าวกระทบยอดอุปทานรวม "$98.1 ล้าน" และยอดหนี้ "$15.6 ล้าน" Stani Kulechov (@StaniKulechov) ผู้ก่อตั้ง Aave ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงทั้งด้านเศรษฐศาสตร์ของโปรโตคอลและความเสี่ยงทางเทคนิคของระบบ3ชม. ที่แล้ววาฬ 5 กระเป๋าปิดสถานะ Long SKHX หลังราคาร่วงแรง หนึ่งรายพลิกมา Short มูลค่า 6.3 ล้านดอลลาร์Huoxing Finance รายงานว่า วันที่ 30 กรกฎาคม ข้อมูลจากการติดตามของ Hyperinsight ระบุว่า วาฬระดับล้านดอลลาร์ 5 กระเป๋าที่เข้าซื้อฝั่ง Long อย่างหนักในช่วงที่ราคา SKHX ดิ่งลงเมื่อวานนี้ ได้ปิดสถานะ Long ออกทั้งหมดแล้ว โดย 4 กระเป๋าถือครอง SKHX เหลือศูนย์ ขณะที่วาฬที่กระเป๋าขึ้นต้นด้วย 0x54c เปลี่ยนจาก Long ไปเป็น Short ข้อมูลชี้ว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทั้ง 5 กระเป๋าร่วมกันปิดสัญญา Long SKHX ราว 19,500 สัญญา มูลค่าการซื้อขายรวมประมาณ 19.05 ล้านดอลลาร์ และขาดทุนรวมราว 171,000 ดอลลาร์ ช่วงบ่ายวันนี้ กระเป๋า 0x54c เพิ่มสถานะ Short อีก 2,000 SKHX ทำให้ปัจจุบันถือ Short รวม 7,000 SKHX ที่เลเวอเรจ 5 เท่า คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.359 ล้านดอลลาร์ โดยมีราคาเฉลี่ยเข้าเทรดที่ 939.50 ดอลลาร์ ขณะนี้ SKHX ซื้อขายอยู่ที่ 908.50 ดอลลาร์ ส่งผลให้มีกำไรที่ยังไม่รับรู้ราว 217,000 ดอลลาร์ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 16.5% และมีราคาโดนล้างพอร์ตที่ 1,454.80 ดอลลาร์ ด้านภาพรวม SKHX ปรับลงราว 8.2% ในวันนี้ ปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ประมาณ 1.55 พันล้านดอลลาร์ และมูลค่าโอเพนอินเทอเรสต์ราว 562 ล้านดอลลาร์