สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุกรอบข้อตกลงเบื้องต้น หนุนความหวังเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
Huo Xing Finance รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน โดยอ้างอิงรายงานของ The New York Times ระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุกรอบข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติการสู้รบ และเตรียมผลักดันการกลับมาเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้ประกอบการขนส่งทางเรือทั่วโลกยังไม่พร้อมกลับมาดำเนินการขนส่งในวงกว้างทันที หากยังไม่มีหลักประกันด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน หลายบริษัทชี้ว่าความไม่แน่นอนหลักอยู่ที่การยังไม่มี "กลไกความมั่นคง" สำหรับการผ่านช่องแคบที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะประเด็นว่าอิหร่านได้ให้คำมั่นจะงดโจมตีเรือพาณิชย์หรือไม่ และจะมีข้อกำหนดการเดินเรือที่มีเสถียรภาพและบังคับใช้ได้จริงเพียงใด บางรายประเมินว่าการกลับมาดำเนินงานเต็มรูปแบบอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือยืดเยื้อเป็นเดือน
Safesea Group บริษัทเดินเรือสัญชาติสหรัฐฯ ระบุว่ายังมีเรือที่ได้รับความเสียหายหรือถูกค้างอยู่ในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย และต้องการ "คำยืนยันที่ชัดเจนว่าจะไม่ถูกโจมตี" ก่อนกลับมาดำเนินงาน ส่วน Hoegh Autoliners บริษัทเดินเรือนอร์เวย์ระบุว่า แม้มีสัญญาณบวกจากข้อตกลงก็ยังไม่เพียงพอให้กิจกรรมขนส่งกลับมาทันที
ด้านสมาคมเจ้าของเรือญี่ปุ่น (Japan Shipowners' Association) ระบุว่าจะรอรายละเอียดมาตรการความปลอดภัยและแนวปฏิบัติการเดินเรือที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยยังมีเรือที่เกี่ยวข้องค้างอยู่ในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียมากถึง 38 ลำ
องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization) มองว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญต่อการฟื้นความปลอดภัยทางทะเล แต่ย้ำความจำเป็นในการจัดตั้งกลไกความมั่นคง และทยอยอพยพลูกเรือที่ตกค้างราว 11,000 คน กลุ่มอุตสาหกรรมยังระบุว่า ในระยะต่อไปควรมีกลไกประสานงานที่เป็นกลางเพื่อป้องกันความเสี่ยง เช่น อุบัติเหตุชนกันจากการจราจรทางเรือที่หนาแน่น
ข้อมูลจาก Kpler บริษัทติดตามเรือระบุว่า ปัจจุบันยังมีเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ราว 500 ลำที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย นักวิเคราะห์มองว่า การกลับสู่ภาวะปกติของช่องแคบฮอร์มุซจะขึ้นอยู่กับการบังคับใช้มาตรการความปลอดภัยในขั้นต่อไป และความคืบหน้าในการฟื้นความไว้วางใจระหว่างทุกฝ่าย