Saylor แย้ม MicroStrategy อาจกลับมาซื้อบิตคอยน์ หลังถกเดือดประเด็น "dead cat bounce"

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
Michael Saylor แห่ง MicroStrategy ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะกลับมาซื้อ Bitcoin อีกครั้ง หลังจากมีเอกสารยื่นต่อ SEC สองฉบับที่แสดงว่าไม่มีการซื้อ ยิ่งตอกย้ำความคาดหวังต่ออุปสงค์เชิงสถาบันที่กลับมาใหม่จากผู้ถือครองระดับองค์กรที่เป็นที่จับตา แม้ว่าการถกเถียงเรื่อง "dead cat bounce" จะขับเคลื่อนด้วยการเล่าเรื่องเป็นส่วนใหญ่ แต่มันสามารถส่งผลต่อการวางสถานะและความต้องการรับความเสี่ยงได้ MicroStrategy ยังคงควบคุม BTC ราว ~845,050 BTC ดังนั้นการกลับมาสะสมอีกครั้งจะเป็นกระแสเงินระยะใกล้ที่มีนัยสำคัญต่อมุมมองเชิงความเชื่อมั่นของ BTC
ระดับผลกระทบ
● ปานกลาง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT-0.24%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▲ ขาขึ้น
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
MicroStrategy ไม่ได้รายงานการเข้าซื้อบิตคอยน์ต่อสาธารณะติดต่อกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แต่ Michael Saylor ประธานกรรมการบริหาร (Executive Chairman) ส่งสัญญาณว่าช่วงเวลาดังกล่าวอาจสิ้นสุดลงแล้ว หลังโพสต์ข้อความ "A little more orange" ควบคู่กราฟแสดงจำนวนบิตคอยน์ที่บริษัทถือครอง ที่ผ่านมา Saylor เคยใช้รูปแบบการโพสต์ลักษณะนี้ก่อนมีการเปิดเผยธุรกรรม และโดยปกติ MicroStrategy จะรายงานการซื้อบิตคอยน์ทุกวันจันทร์ ล่าสุดบริษัทแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เมื่อวันที่ 14 กันยายนว่า ระหว่างวันที่ 8–13 กันยายน บริษัทไม่ได้ซื้อหรือขายบิตคอยน์ ขณะที่เอกสารยื่นก่อนหน้านั้น 1 สัปดาห์ก็ระบุผลเช่นเดียวกันสำหรับช่วง 7 วันก่อนหน้า ณ วันที่ 13 กันยายน MicroStrategy ถือครองบิตคอยน์ราว 845,050 BTC โดยใช้เงินรวม 63.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต้นทุนเฉลี่ย 75,412 ดอลลาร์ต่อเหรียญ การซื้อที่รายงานล่าสุดคือ 4,603 BTC มูลค่า 369.7 ล้านดอลลาร์ เปิดเผยเมื่อ 31 สิงหาคม ซึ่งเป็นการกลับมาซื้อหลังเว้นช่วง 10 สัปดาห์ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 13 กันยายน บริษัทเลือกนำเงิน 139.3 ล้านดอลลาร์ไปซื้อคืนหุ้นบุริมสิทธิ (preferred shares) แทนการเข้าซื้อบิตคอยน์ ส่งผลให้บัญชีที่ใช้สำหรับการซื้อยังเหลือวงเงิน 1.30 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ บริษัทยังเคยขายบิตคอยน์ในปีนี้เพื่อพยุงราคาหุ้นด้วย ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง Jason Calacanis จุดชนวนการถกเถียงเมื่อวันศุกร์ โดยโพสต์กราฟ 1 ปีที่แสดงว่าบิตคอยน์ลดลงราว 31% และระบุว่า "dead cat" ยังเด้งต่อเนื่อง แนวคิด "dead cat bounce" หมายถึงการฟื้นตัวระยะสั้นของราคาในทิศทางขาลงที่ใหญ่กว่า Calacanis มองว่าบิตคอยน์ทำงานได้ไม่ดีทั้งด้านการชำระเงินและสมาร์ตคอนแทร็กต์ อีกทั้งไม่เร้าใจสาธารณชนอีกต่อไป พร้อมเปรียบเทียบกับแผ่นซีดีในยุคสตรีมมิง Saylor โต้กลับว่า บิตคอยน์เติบโตจากปี 2011 สู่ความสำเร็จมูลค่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ และเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลก เขาระบุว่า การเป็น "ทุนดิจิทัล" คือการใช้งานหลัก และการรักษาความมั่งคั่งข้ามรุ่นเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าการสร้างความบันเทิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ด้าน Cathie Wood ผู้ก่อตั้ง ARK Invest ก็ปฏิเสธคำจำกัดความ "dead cat" เช่นกัน และอ้างอิงงานวิจัยของบริษัทเกี่ยวกับบิตคอยน์และปัญญาประดิษฐ์ บทความยังระบุว่า การเรียก "dead cat bounce" อาจไม่เข้าเกณฑ์ตามนิยามเชิงเทคนิคของตลาด เพราะรูปแบบดังกล่าวจะ "ยืนยัน" ได้ก็ต่อเมื่อราคาปรับลงอีกครั้งและหลุดระดับต่ำเดิม โดย ณ เวลาที่บทความเขียน บิตคอยน์อยู่ที่ 81,292 ดอลลาร์ สูงกว่าจุดต่ำราว 75,000 ดอลลาร์ที่เป็นฐานการรีบาวด์ โดยรวมแล้ว บทความมองว่า ข้อโต้แย้งหลักของ Calacanis เป็นการตัดสินเชิงวัฒนธรรมว่าบิตคอยน์หยุดสร้างกรณีใช้งานใหม่และกลายเป็นเพียงสินทรัพย์เก็บมูลค่าที่น่าเบื่อ มากกว่าจะเป็นข้อสรุปที่พิสูจน์หรือหักล้างได้ด้วยข้อมูลราคาจากกราฟเพียงอย่างเดียว