Bitwise รับเงินไหลเข้า 1.8 พันล้านดอลลาร์ ครึ่งแรกปี 2026 ท่ามกลางตลาดคริปโตร่วง

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
Bitwise รายงานกระแสเงินไหลเข้าสุทธิรวมกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรก (H1) ปี 2026 แม้ตลาดคริปโทโดยรวมจะอยู่ในภาวะหมี โดยชี้ให้เห็นถึงอุปสงค์ที่ยังคงแข็งแกร่งสำหรับผลิตภัณฑ์คริปโทที่มุ่งเน้นผลตอบแทน (staking, carry และ stablecoin vaults) มากกว่าการรับความเสี่ยงแบบ spot-beta การตัดกันกับกระแสเงินไหลออกและการลดลงของ NAV ใน BITW index ETF ที่ไม่มีผลตอบแทน บ่งชี้ว่าความต้องการของนักลงทุนกำลังเปลี่ยนไปสู่กลยุทธ์สร้างรายได้ ซึ่งกำลังกระทบต่อกระแสเงินของผลิตภัณฑ์ที่เน้น BTC/ETH และการออกแบบผลิตภัณฑ์ ETP แบบฝังผลตอบแทน
ระดับผลกระทบ
● ปานกลาง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT+0.20%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
● Neutral
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
Hunter Horsley ซีอีโอของ Bitwise Asset Management เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า บริษัทมีเงินไหลเข้าสุทธิ (net inflows) มากกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 แม้ราคาคริปโตจะปรับตัวลงเกือบตลอดช่วงเวลาดังกล่าว Tom Lee ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Fundstrat Global Advisors ระบุว่าผลงานดังกล่าว "โดดเด่น" พร้อมชื่นชมทีม Bitwise ว่าสามารถเติบโตได้มากในภาวะตลาดหมี โดย Lee ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์ดิจิทัล และเพิ่งจัดอันดับหุ้นคริปโต 17 ตัวเมื่อต้นสัปดาห์ ขณะที่บิตคอยน์ (BTC) ซื้อขายใกล้ระดับ 77,403 ดอลลาร์ในวันอาทิตย์ แทบไม่เปลี่ยนแปลง Bitwise ระบุว่า เงินไหลเข้าส่วนใหญ่ไม่ได้ไล่ตามราคาสินทรัพย์ เพราะ 3 ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่เป็นแรงขับของยอดรวมนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่จ่ายผลตอบแทนเป็นกระแสรายได้ (yield) Horsley ระบุว่า มี 4 "แฟรนไชส์" ที่แต่ละกลุ่มดึงเงินได้เกิน 100 ล้านดอลลาร์ ได้แก่ - ETFs และ ETPs (กองทุนและผลิตภัณฑ์ซื้อขายในตลาด) - กลยุทธ์แบบไพรเวต - Staking - Vaults ในจำนวนนี้ 3 กลุ่มมีผลตอบแทน โดยข้อมูลของ Bitwise ระบุว่า Vault ซึ่งเปิดในเดือนมกราคมร่วมกับ Morpho ผู้ให้กู้แบบ onchain ตั้งเป้าผลตอบแทนราว 6% ต่อปีบนสเตเบิลคอยน์ ส่วนกองทุน Crypto Carry Fund แบบโทเคนไทซ์มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 259 ล้านดอลลาร์ ณ ปลายเดือนพฤษภาคม และให้ผลตอบแทน 4% กลยุทธ์ carry คือการซื้อคริปโตพร้อมขายฟิวเจอร์สคุมความเสี่ยง แล้วเก็บส่วนต่างราคา ฝั่ง Staking เป็นกลุ่มที่เงินเข้าเร็วที่สุด โดยกองทุน Solana staking ของ Bitwise มีมูลค่าทะลุ 500 ล้านดอลลาร์ภายใน 18 วันหลังเข้าจดทะเบียนเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ขณะเดียวกันคู่แข่งเร่งผลักดันผลิตภัณฑ์ ETPs ที่ให้ผลตอบแทนจาก Ethereum อีกด้านหนึ่ง มีผลิตภัณฑ์ของ Bitwise เพียงรายการเดียวที่ไม่จ่ายผลตอบแทน นั่นคือ Bitwise 10 Crypto Index ETF (BITW) ซึ่งถือชุดโทเคนขนาดใหญ่ โดยบิตคอยน์และอีเธอร์คิดเป็นราว 91% ของพอร์ต เอกสารยื่นกับหน่วยงานกำกับระบุว่า สินทรัพย์สุทธิลดลงจาก 1.03 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม เหลือ 678 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 มีนาคม เท่ากับหายไป 34% ภายใน 3 เดือน ปัจจัยที่ทำให้สินทรัพย์ลดลงมาจาก 2 ส่วน ได้แก่ ราคาต่อหน่วยกองทุนลดลง 24% และนักลงทุนขายคืน 2.25 ล้านหน่วย หรือราว 13% ของกองทุน ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะค่าธรรมเนียม เนื่องจาก Bitwise เพิ่งลดค่าธรรมเนียมจาก 2.50% เหลือ 0.75% ก่อนกองทุนเข้าซื้อขายบน NYSE Arca ในเดือนธันวาคม โดยกองทุนเดียวกันนี้เคยทำผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 94.8% ในปี 2024 Bitwise ยังได้รับแรงกดดันภายในองค์กร โดยการลดพนักงานเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมทำให้จำนวนพนักงานลดจากราว 180 คน เหลือ 155 คน Bitwise ย้ำว่า net inflows สะท้อน "เงินฝากสุทธิ" ไม่ใช่กำไรจากการลงทุน ภาพรวมจึงชี้ว่าในช่วงตลาดหมี นักลงทุนจำนวนมากเลือกจ่ายเพื่อผลตอบแทนแบบ yield และลดการถือครองผลิตภัณฑ์ที่อิงราคาเพียงอย่างเดียว