16ชม. ที่แล้ว
งบกลาโหมสหรัฐปีงบฯ 2026 ตั้งงบ “ระบบอัตโนมัติ” 13.4 พันล้านดอลลาร์ ส่งสัญญาณรอบขาขึ้นหุ้นกลาโหม
กระทรวงกลาโหมสหรัฐเสนอของบปีงบประมาณ 2026 แยกรายการ “ระบบอัตโนมัติ” เป็นครั้งแรก วงเงิน 13.4 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุมโดรน ระบบต่อต้านโดรน เรือไร้คนขับ และซอฟต์แวร์พื้นฐาน. บทความยกกรณี Mercury Systems โดยระบุว่าคำสั่งซื้อไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้น 74% เมื่อเทียบรายปี และอัตรา book-to-bill อยู่ที่ 1.48. มูลค่า backlog ทำสถิติ 1.6 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนการที่ความต้องการในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ด้านกลาโหมเกิดขึ้นล่วงหน้า. แนวโน้มนี้เชื่อมโยงกับการใช้จ่ายด้านการทหารทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น (ปี 2025 อยู่ที่ 2,887 billion ดอลลาร์) และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ “แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ใช้แล้วทดแทนได้” โดยไม่มีการกล่าวถึงคำสั่งซื้อขายเฉพาะหรือการเปลี่ยนนโยบายฉับพลัน.
16ชม. ที่แล้ว
7-1
Micron จะรักษากำไรสูงท่ามกลางเกมรุกตลาดหน่วยความจำของจีนได้หรือไม่
บทวิเคราะห์ชี้ว่าผู้ผลิตหน่วยความจำจีนอย่าง CXMT อาศัยภาวะตึงตัวของ DRAM ที่ขับเคลื่อนโดย AI เพื่อพยายามเข้าสู่ซัพพลายเชนของผู้ผลิตอุปกรณ์ (OEM) ทั่วโลก. อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดจากการที่สหรัฐฯ สกัดกั้นการเข้าถึงเครื่องลิโทกราฟี EUV ของ ASML ทำให้ต้นทุน DDR5 ของ CXMT สูง และการผลิต HBM เชิงพาณิชย์ล่าช้า จึงยากจะสั่นคลอนความเป็นผู้นำของ Micron, Samsung และ SK Hynix ในตลาดหน่วยความจำ AI กำไรสูงอย่าง HBM. ฝั่ง Micron ถูกมองว่ามีปัจจัยเชิงโครงสร้างหนุนความยั่งยืนของอัตรากำไรขั้นต้นในระยะใกล้ แต่ระยะกลางถึงยาวยังต้องเผชิญแรงกดดันจากการขยายกำลังการผลิตของจีน.
7-1
6-30
กับดักที่คาดเดาได้ในกระแส AI ของ Micron แม้ Q3 โต 4 เท่าและมาร์จิ้นรวม 84.6%
บทความชี้ว่า Micron รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 โดดเด่น โดยรายได้เพิ่มขึ้น 4 เท่าเมื่อเทียบปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นแตะ 84.6% จากอานิสงส์ความต้องการหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงสำหรับ AI ที่พุ่งขึ้น. อย่างไรก็ดี ผู้เขียนเตือนว่า Samsung, SK Hynix และ Micron กำลังเร่งลงทุนขยายกำลังผลิตพร้อมกัน รวมราว $130 billion ในปีเดียว ซึ่งสูงกว่าจุดสูงสุดของรอบอุตสาหกรรมเดิมหลายเท่า. หากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ออกมาต่ำกว่าคาดหรือโมเดลใหม่ใช้หน่วยความจำน้อยลง อาจเกิดการพลิกกลับของอุปสงค์-อุปทาน ส่งผลให้ราคา DRAM และกำไรปรับฐานแรง. ประเด็นหลักจึงอยู่ที่ความยั่งยืนของพื้นฐานธุรกิจ Micron มากกว่าการเป็นปัจจัยกระตุ้นการซื้อขายระยะสั้น.
6-30
6-24
หุ้นสหรัฐร่วงจากแรงขายกลุ่มเทค ท่ามกลางความกังวลก่อนงบ Micron
บทความระบุว่าตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงในวันอังคาร จากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีเป็นวงกว้าง โดยปัจจัยหลักมาจากความกังวลของตลาดก่อนที่ผู้ผลิตชิป Micron จะประกาศงบการเงิน. ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลการเงินของเกาหลีใต้เตือนความเสี่ยงของ ETF แบบเลเวอเรจที่อิงบริษัทชิปหน่วยความจำ ซึ่งยิ่งซ้ำเติมแรงขายหุ้นชิปทั่วโลก และทำให้หุ้น Micron ร่วงมากกว่า 13% ในวันเดียว. เนื้อหายังกล่าวถึง Meta และ Microsoft ว่าเป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจากอุปสงค์ฮาร์ดแวร์ด้าน AI โดยมูลค่าหุ้นมีความเชื่อมโยงกับการใช้จ่ายด้านกำลังประมวลผล AI จึงทำให้ความผันผวนในห่วงโซ่ชิปกดดันบรรยากาศระยะสั้นของทั้งสองบริษัท.
6-24
6-23
หุ้นปันผลกลุ่มจำนองผันผวนเพราะโมเดล “คาดเดา” การรีไฟแนนซ์
นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เผยแพร่บันทึกเชิงเทคนิคเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ระบุว่า มูลค่า “สิทธิการให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัย” (MSR) อ่อนไหวอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของการคาดการณ์ความเร็วในการรีไฟแนนซ์ของผู้กู้. งานดังกล่าวประเมินว่า หากอัตราการรีไฟแนนซ์ที่คาดการณ์เพิ่มขึ้นทุก 1 จุดเปอร์เซ็นต์ มูลค่า MSR จะลดลงราว 4% และอาจลดลงได้มากถึง 13% ภายใต้ฉากทัศน์ภาวะถดถอยรุนแรง. เนื่องจากสินทรัพย์นี้ไม่มีราคาซื้อขายแบบเรียลไทม์ มูลค่าตามบัญชีจึงพึ่งพาแบบจำลองพฤติกรรมผู้กู้เป็นหลัก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรไตรมาสและความยั่งยืนของเงินปันผลของ mortgage REITs ที่ถือ MSR จำนวนมาก เช่น Rithm Capital.
6-23
6-21
บิ๊กออยล์ลดน้ำหนักพลังงานหมุนเวียน หันกลับไปเน้นธุรกิจน้ำมัน-ก๊าซเพื่อผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
บริษัทน้ำมันรายใหญ่หลายแห่ง รวมถึง Equinor, BP และ Shell กำลังปรับยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยลดการใช้จ่ายลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและหันไปเน้นธุรกิจน้ำมันและก๊าซที่ทำกำไรได้มากกว่า. แนวทางใหม่รวมถึงการเพิ่มการผลิตน้ำมันและก๊าซ การให้น้ำหนักกับ LNG และการซื้อขายพลังงานมากขึ้น พร้อมทั้งลดหรือถอนตัวจากบางโครงการหมุนเวียน. การเปลี่ยนทิศทางนี้สะท้อนการกลับมาให้ความสำคัญกับวินัยด้านเงินทุน เพื่อยกระดับกระแสเงินสดและผลตอบแทนผู้ถือหุ้น.
6-21
6-21
ชามาธ พาลิฮาพิติยา คาด Tesla อาจควบรวม SpaceX ชี้ “จะยิ่งใหญ่” ท่ามกลางประเด็นถือครอง 30,000 บิตคอยน์
ชามาธ พาลิฮาพิติยา นักลงทุนสายเทคโนโลยี กล่าวในรายการ All In Podcast ว่า Tesla และ SpaceX อาจควบรวมกิจการกัน พร้อมระบุว่า “นี่จะยิ่งใหญ่มาก”. SpaceX ยังไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ Tesla เป็นสินทรัพย์เดียวที่ซื้อขายได้ในตลาดสาธารณะในประเด็นนี้. บทความระบุว่าหากเกิดดีลจริง บริษัทใหม่อาจขึ้นเป็นหนึ่งในห้าอันดับแรกของโลก และมีบิตคอยน์รวม 30,000 เหรียญ แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ปัจจัยเร่งแบบตรงตัวของสินทรัพย์ดั้งเดิม. ทั้งหมดอยู่ในกรอบข่าวลือที่ขับเคลื่อนโดยตลาด โดยยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการหรือหมุดหมายธุรกรรมใดๆ.
6-21
6-20
Agentic AI ดันรอบลงทุนชั้นแอปพลิเคชัน แซงบทบาทหุ้นโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Nvidia
บทวิเคราะห์ชี้ว่า Agentic AI กำลังเคลื่อนจากชั้นโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การทำเงินในชั้นแอปพลิเคชัน โดยสะท้อนผ่านการที่ผลิตภัณฑ์ Copilot ของ Microsoft ทำอัตรารายได้ประจำต่อปี (annual recurring revenue) แตะ 37 billion ในไตรมาส 1/2026 เพิ่มขึ้น 123% จากปีก่อนหน้า. บทความระบุว่า NVIDIA ยังครองการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานกำลังประมวลผล AI แต่ผลตอบแทนส่วนเกินในระยะถัดไปมีแนวโน้มไหลไปยังบริษัทซอฟต์แวร์ที่มีช่องทางจัดจำหน่าย แข็งแรงในแนวตั้งเฉพาะทาง และมีการเติบโตของ ARR จากลูกค้าที่จ่ายเงินจริง. ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า AI ระดับองค์กรเริ่มเข้าสู่ช่วงการจ่ายเงินใช้งานในวงกว้าง.
6-20
6-20
สงครามอิหร่านดันราคาก๊าซพุ่ง กระตุ้นเอเชียหันพึ่งถ่านหินมากขึ้นหรือไม่
สงครามอิหร่านสร้างความเสียหายต่อโรงงาน LNG Ras Laffan ของกาตาร์จนเกิดเหตุสุดวิสัย กระทบซัพพลาย LNG ไปเอเชียราว 10.2 mtpa และการหยุดผลิตบางส่วนอาจยืดถึงปลายฤดูร้อน. ราคาสปอต LNG ในเอเชียปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบสามปี ส่งผลให้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เร่งใช้ไฟฟ้าจากถ่านหินทดแทน. เดือนพฤษภาคม การนำเข้าถ่านหินของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% และ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน. Rystad Energy ประเมินว่าในปี 2026 ภูมิภาคจะเผชิญช่องว่างอุปทาน LNG ราว 35 mtpa ซึ่งกำลังถูกไฟฟ้าถ่านหินเข้ามาเติมเต็ม.
6-20